Avery Dennison กับเป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability Goals) ปี 2030

Avery Dennison กับเป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability Goals) ปี 2030

ความยั่งยืน (Sustainability)” สิ่งที่คนทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจ หลายองค์กรต่างเร่งกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกที่กำลังขับเคลื่อนประเด็นนี้อย่างจริงจังนั่นคือ “Avery Dennison (เอเวอรี่ เดนนิสสัน)” 

เรามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability Goals) ภายในปี 2030 โดยกำหนดแนวทางให้สอดคล้องและดำเนินไปพร้อมกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ที่หลายองค์กรทั่วโลกนำมาเป็นกรอบในการพัฒนาองค์กรอย่างมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม 

อีกทั้งเรายังคำนึงถึงภาคธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ของเราอย่างรอบคอบ เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของเรา ตลอดจนร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมโดยการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนของเราให้ดียิ่งขึ้น

อยากรู้จักเรามากขึ้น คลิกอ่านเพิ่มเติมที่ : เปิดประวัติ Avery Dennison เบื้องหลังแบรนด์ระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์และฟิล์มกรองแสง

ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

Avery Dennison เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและดำเนินธุรกิจโดยวางรากฐานองค์กรควบคู่ไปกับความยั่งยืนให้สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่รัฐบาลและภาคเอกชนนำมาใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในระยะยาว

“เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals: SDGs) คือ กรอบเป้าหมายการพัฒนาระดับโลกที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) เพื่อใช้เป็นแนวทางให้ 193 ประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติดำเนินการพัฒนา โดยครอบคลุมช่วงระยะเวลาที่ต้องบรรลุภายใน 15 ปี ตั้งแต่ปีค.ศ. 2016 จนถึงปี ค.ศ. 2030

ซึ่งมีเป้าหมาย (Goals) ทั้งหมด 17 เป้าหมาย ได้แก่ 

  • เป้าหมายที่ 1 : ขจัดความยากจน (No Poverty)
  • เป้าหมายที่ 2 : ขจัดความหิวโหย (Zero Hunger)
  • เป้าหมายที่ 3 : มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being)
  • เป้าหมายที่ 4 : การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education)
  • เป้าหมายที่ 5 : ความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality)
  • เป้าหมายที่ 6 : การจัดการน้ำและสุขาภิบาล (Clean Water and Sanitation)
  • เป้าหมายที่ 7 : พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy)
  • เป้าหมายที่ 8 : การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Decent Work and Economic Growth)
  • เป้าหมายที่ 9 : อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure)
  • เป้าหมายที่ 10 : ลดความเหลื่อมล้ำ (Reduced Inequalities)
  • เป้าหมายที่ 11 : เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities)
  • เป้าหมายที่ 12 : การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production)
  • เป้าหมายที่ 13 : การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)
  • เป้าหมายที่ 14 : การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเล (Life Below Water)
  • เป้าหมายที่ 15 : การปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศทางบกอย่างยั่งยืน (Life on Land)
  • เป้าหมายที่ 16 : ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง (Peace, Justice and Strong Institutions)
  • เป้าหมายที่ 17 : ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals)

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : Alignment of the 2030 Sustainability Goals to the SDGs

ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

3 เป้าหมายหลักสู่ความยั่งยืนภายในปี 2030 ของ Avery Dennison

Avery Dennison ได้กำหนด 3 เป้าหมายหลักสู่ความยั่งยืน (Sustainability Goals) โดยมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในทุกมิติที่เกี่ยวข้องและลดผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ดังนี้

1. ส่งมอบนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

เรามุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถรีไซเคิล นำกลับมาใช้ใหม่ ทำปุ๋ยหมัก หรือย่อยสลายทางชีวภาพได้ พร้อมส่งเสริมการใช้วัสดุหมุนเวียนในการผลิตสินค้า” ตลอดจนมุ่งเน้นเพื่อลดของเสียจากกระบวนการผลิตให้มากที่สุด และลดการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในการผลิต โดยนวัตกรรมของเราจะช่วยให้ลูกค้า ซัพพลายเออร์ รวมถึงพันธมิตรของเราร่วมกันส่งเสริมแนวคิดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)

เราลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของเรา ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) และลดปริมาณขยะพลาสติกจากการฝังกลบโดยนำไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลแทน

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ จัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) เลือกใช้วัสดุเยื่อกระดาษที่ผ่านการรับรอง FSC® certification ซึ่งรับรองว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษหรือบรรจุภัณฑ์มาจากแหล่งป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่มีการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมุ่งมั่นปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ในอนาคต

3. สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและสังคม (People & Community)

เรามุ่งเน้นการพัฒนาสังคมและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนที่เกี่ยวข้องโดยครอบคลุมหลายมิติ เช่น ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ส่งเสริมความหลากหลาย และความเท่าเทียมในองค์กร รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาชุมชนที่บริษัทดำเนินธุรกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและตลอดห่วงโซ่อุปทาน และมีส่วนช่วยผลักดันเป้าหมาย SDGs ไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

ความคืบหน้าสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนในปี 2025

ภาพรวมความคืบหน้าด้านความยั่งยืน (Sustainability) ของ Avery Dennison ตั้งแต่ปีฐาน 2015 จนถึงปี 2024 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่องในหลายมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาบุคลากรที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะเดียวกันยังประสบความสำเร็จอย่างมากในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) ซึ่งสามารถลดลงได้มากกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับปีฐาน

ไม่เพียงเท่านี้ในด้านการใช้ทรัพยากร Avery Dennison ได้เพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Forest Stewardship Council (FSC)-certified face paper รวมถึงปรับปรุงการจัดการของเสียในกระบวนการผลิต ทำให้โรงงานส่วนใหญ่สามารถลดการส่งขยะไปยังหลุมฝังกลบ และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับด้านสังคม Avery Dennison ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความหลากหลายในองค์กร โดยเพิ่มสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารและระดับผู้จัดการ พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่โปร่งใสและครอบคลุมมากขึ้น

อ้างอิงข้อมูล : 

– Avery Dennison (n.d.). 2030 Sustainability Goals and Metrics. https://esg.averydennison.com/en/home/2030-sustainability-goals.html

– Avery Dennison (n.d.). Sustainability Goals. https://connect.averydennison.com/en/sustainability-presentation/sustainability-goals 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ Avery Dennison Auto Film

“Fusion Hub (ฟิวชั่น ฮับ)” ตัวแทนจำหน่ายฟิล์มกรองแสง Avery Dennison อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในไทย ลาว พม่า และกัมพูชา

โทร : 02-895-8118
LINE : @AveryDennisonFilm หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/@214bwdfm
Email : [email protected]
Facebook : Avery Dennison Auto Film
Instagram : averydennisonautofilm
Website : www.averydennison.com

 

แชร์บทความ :

บทความอื่นๆ

ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนดีให้กันร้อนได้จริง

ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนดีให้กันร้อนได้จริง

ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุในเมืองไทย การออกรถใหม่อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการเลือกติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ (Automotive Window Film) เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันแสงแดด เพิ่มความเย็นสบาย หรือลดความร้อนสะสมภายในรถแล้ว ยังช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานหรือเชื้อเพลิง พร้อมเสริมภาพลักษณ์ให้รถดูสวยงามมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อ่านเพิ่ม »
ติดฟิล์มรถผิด ชีวิตเปลี่ยน! สัญญาณ GPS หลุดง่าย Easy Pass ไม่ผ่านแก้ยังไง?

ติดฟิล์มรถผิด ชีวิตเปลี่ยน! สัญญาณ GPS หลุดง่าย Easy Pass ไม่ผ่านแก้ยังไง?

ในยุคที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไม่เว้นแม้แต่ขณะเดินทางบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการเปิด GPS นำทาง คุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ หรือการแตะบัตรผ่านทางด่วนอย่าง Easy Pass แต่ใครจะคิดว่าแค่การ “ติดฟิล์มรถ”

อ่านเพิ่ม »
เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV คันใหม่ของคุณ

เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV คันใหม่ของคุณ

ปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ “รถ EV” กลายเป็นเทรนด์ยานยนต์ที่กำลังมาแรงทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้หลายคนหันมาเลือกใช้

อ่านเพิ่ม »
ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนดีให้กันร้อนได้จริง

ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนดีให้กันร้อนได้จริง

ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุในเมืองไทย การออกรถใหม่อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการเลือกติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ (Automotive Window Film) เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันแสงแดด เพิ่มความเย็นสบาย หรือลดความร้อนสะสมภายในรถแล้ว ยังช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานหรือเชื้อเพลิง พร้อมเสริมภาพลักษณ์ให้รถดูสวยงามมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่เมื่อเข้าไปในศูนย์บริการติดตั้งคำถามที่หลายคนสงสัยและมักตามมาเสมอคือ ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เพราะในปัจจุบันมีประเภทของฟิล์มกรองแสงที่หลากหลาย ตั้งแต่ฟิล์มย้อมสีราคาประหยัด ไปจนถึงฟิล์มเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างฟิล์มเซรามิค (Ceramic Film) หรือฟิล์มนาโนเซรามิค (Nano Ceramic Film) ที่พัฒนาขึ้นมาให้สามารถป้องกันรังสีความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเลือกฟิล์มกรองแสงให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์หรือตอบโจทย์การใช้งานไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าฟิล์มแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติ

อ่านเพิ่ม »
ติดฟิล์มรถผิด ชีวิตเปลี่ยน! สัญญาณ GPS หลุดง่าย Easy Pass ไม่ผ่านแก้ยังไง?

ติดฟิล์มรถผิด ชีวิตเปลี่ยน! สัญญาณ GPS หลุดง่าย Easy Pass ไม่ผ่านแก้ยังไง?

ในยุคที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไม่เว้นแม้แต่ขณะเดินทางบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการเปิด GPS นำทาง คุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ หรือการแตะบัตรผ่านทางด่วนอย่าง Easy Pass แต่ใครจะคิดว่าแค่การ “ติดฟิล์มรถ” ผิดประเภท ก็อาจทำให้เรื่องเหล่านี้กลายเป็นปัญหากวนใจและกระทบต่อความสะดวกสบายระหว่างเดินทางได้ นั่นเป็นเพราะการเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงที่ไม่เหมาะสมหรือฟิล์มรถยนต์ที่เน้นการสะท้อนความร้อนด้วยไอโลหะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังชั้นดีที่ไม่ได้กันแค่ความร้อน แต่ยังบล็อกคลื่นสัญญาณดิจิทัลทุกรูปแบบ ดังนั้นการเลือกติดฟิล์มในปัจจุบันจึงไม่ได้มองแค่เรื่องระดับความเข้ม หรือแค่การป้องกันความร้อนอีกต่อไป แต่ยังต้องนึกถึงฟิล์มที่ไม่รบกวนการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิทัล สัญญาณโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกด้วยนั่นเอง เปิดสาเหตุที่แท้จริง! ทำไมติดฟิล์มแล้วสัญญาณหาย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมพอติดฟิล์มรถแล้ว อยู่ดี ๆ

อ่านเพิ่ม »
เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV คันใหม่ของคุณ

เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV คันใหม่ของคุณ

ปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ “รถ EV” กลายเป็นเทรนด์ยานยนต์ที่กำลังมาแรงทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้หลายคนหันมาเลือกใช้ EV Car เป็นทางเลือกในการขับขี่มากขึ้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า รถ EV จะโดดเด่นในเรื่องพลังงานไฟฟ้า แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถไม่ควรมองข้ามคือ “การติดฟิล์มกรองแสง” หรือฟิล์มรถยนต์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสบายในการขับขี่และประสิทธิภาพของตัวรถ โดยเฉพาะการช่วยลดความร้อนสะสมภายในห้องโดยสารที่อาจส่งผลต่อการทำงานของแบตเตอรี่ในระยะยาว การเชื่อมต่อของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้าภายในรถ และสัญญาณดิจิทัล

อ่านเพิ่ม »
ติดฟิล์มซันรูฟทั้งทีทำไมต้อง Avery Dennison? จุดเด่นที่ช่วยให้รถเย็นขึ้นจริง

ติดฟิล์มซันรูฟทั้งทีทำไมต้อง Avery Dennison? จุดเด่นที่ช่วยให้รถเย็นขึ้นจริง

ทำไมการติดฟิล์มหลังคารถยนต์หรือติดฟิล์มซันรูฟถึงสำคัญ? เพราะประเทศไทยมีอากาศร้อนและแสงแดดจ้าเกือบตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีรังสี UV รวมถึงรังสีความร้อน IR จากแสงแดดระดับสูงที่เป็นอันตรายโดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ซึ่งรถยนต์ที่มีหลังคาซันรูฟจึงกลายเป็นจุดรับความร้อนมากที่สุดของรถยนต์ ดังนั้นเมื่อจอดรถกลางแดดเพียงไม่นานอุณหภูมิภายในห้องโดยสารสามารถพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมื่อกลับเข้ารถจะรู้สึกร้อนอบอ้าวทันที และยังส่งผลทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น และใช้เวลานานกว่ารถจะเย็น หรือเกิดความเสียหายต่อวัสดุภายในรถทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น เช่น เบาะหรือคอนโซลภายในรถ ตลอดจนทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกไม่สบายตัวขณะขับขี่ตลอดการเดินทาง การติดฟิล์มซันรูฟ (Sunroof Film) จึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับเจ้าของรถที่ต้องการรักษาความเย็นภายในห้องโดยสาร พร้อมทั้งปกป้องวัสดุภายในรถจากรังสี UV และ IR ที่เป็นสาเหตุของการซีดจางและเสื่อมสภาพในระยะยาว

อ่านเพิ่ม »