ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนดีให้กันร้อนได้จริง

ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนดีให้กันร้อนได้จริง

ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุในเมืองไทย การออกรถใหม่อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการเลือกติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ (Automotive Window Film) เพราะนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันแสงแดด เพิ่มความเย็นสบาย หรือลดความร้อนสะสมภายในรถแล้ว ยังช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานหรือเชื้อเพลิง พร้อมเสริมภาพลักษณ์ให้รถดูสวยงามมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

แต่เมื่อเข้าไปในศูนย์บริการติดตั้งคำถามที่หลายคนสงสัยและมักตามมาเสมอคือ ฟิล์มกรองแสงมีกี่ประเภท? และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เพราะในปัจจุบันมีประเภทของฟิล์มกรองแสงที่หลากหลาย ตั้งแต่ฟิล์มย้อมสีราคาประหยัด ไปจนถึงฟิล์มเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างฟิล์มเซรามิค (Ceramic Film) หรือฟิล์มนาโนเซรามิค (Nano Ceramic Film) ที่พัฒนาขึ้นมาให้สามารถป้องกันรังสีความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเลือกฟิล์มกรองแสงให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์หรือตอบโจทย์การใช้งานไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าฟิล์มแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติ ข้อดี ข้อจำกัด และราคาที่แตกต่างกัน ในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับประเภทของฟิล์มกรองแสงพร้อมวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และได้ฟิล์มรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการกันความร้อน ความคุ้มค่า และการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ประเภทของฟิล์มกรองแสง (Window Film)

ประเภทของฟิล์มกรองแสง (Window Film)

ฟิล์มกรองแสง (Window Film) ในปัจจุบันมีหลากหลายประเภทตั้งแต่ราคาหลักพันต้นๆไปจนถึงหลักหลายหมื่น ซึ่งแต่ละประเภทแตกต่างกันออกไปทั้งคุณภาพ วัสดุ และเทคโนโลยีที่ใช้ผลิต ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน การสะท้อนแสง หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในวันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 5 ประเภทฟิล์มกรองแสงที่เป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน ดังนี้

1. ฟิล์มย้อมสี (Dyed Film)

“ฟิล์มย้อมสี” ฟิล์มพื้นฐานที่มีราคาถูกที่สุด ผลิตโดยการย้อมสีลงบนแผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เพื่อให้เนื้อฟิล์มเปลี่ยนสีตามต้องการ แล้วจึงนำไปอบด้วยความร้อนสูงเพื่อให้สีซึมผสานจนเป็นเนื้อเดียวกับฟิล์ม ซึ่งฟิล์มกรองแสงประเภทนี้สามารถช่วยกรองแสงจ้าและสะท้อนรังสีได้บางส่วน แต่มีข้อจำกัดคือกันความร้อนได้น้อย อีกทั้งเมื่อเวลาผ่านไปสีจะซีดลงค่อนข้างไวเมื่อถูกแดดจัดเป็นเวลานาน โดยอายุใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5 ปี

2. ฟิล์มโลหะ/ฟิล์มปรอท (Metalized Film)

ฟิล์มเคลือบโลหะ” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ฟิล์มปรอท” ฟิล์มประเภทนี้มีการเคลือบชั้นไอโลหะ เช่น อลูมิเนียม เงิน ทอง ทังสเตน (Tungsten) หรือนิโครม (Nichrome) ลงบนเนื้อฟิล์มทำให้เกิดความมันวาวดูคล้ายกระจกเงา จึงทำให้จุดเด่นของฟิล์มโลหะคือการสะท้อนแสงแดดได้เป็นอย่างดี และช่วยลดความร้อนได้ในระดับหนึ่ง โดยมีอายุการใช้งานประมาณ 3-7 ปี ซึ่งมีข้อจำกัดที่อาจรบกวนสัญญาณดิจิทัล เช่น ระบบนำทาง GPS, Easy Pass หรือสัญญาณโทรศัพท์ได้ รวมถึงลักษณะเงาสะท้อนสูงอาจรบกวนสายตาเพื่อนร่วมทางคันอื่นบนท้องถนนอีกด้วย

3. ฟิล์มคาร์บอน (Carbon Film)

ฟิล์มคาร์บอน” ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณสมบัติคล้ายฟิล์มปรอท แต่เป็นการนำสารประกอบจำพวกคาร์บอนมาผสมในเนื้อฟิล์มทำให้ฟิล์มมีสีดำสนิทและทนทานต่อการซีดจางได้มากกว่า ส่วนการป้องกันความร้อนไม่ได้แตกต่างจากฟิล์มย้อมสีทั่วไป โดยมีอายุการใช้งานประมาณ 5-7 ปี สำหรับฟิล์มประเภทนี้หากมองจากภายนอกจะเป็นสีดำเข้ม แต่มองจากภายในจะมีความชัดใสกว่าที่เห็น และไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัลอีกด้วย

4. ฟิล์มเซรามิค (Ceramic Film)

ฟิล์มเซรามิค” ฟิล์มที่ผลิตจากสารประกอบอนินทรีย์ เช่น เซรามิค ซิลิคอน ไนไตรด์ (Silicon Nitride) หรืออะลูมิเนียมออกไซด์ โดยการฝังลงไปบนแผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เพื่อให้ได้โครงสร้างที่แน่นทึบเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบในระดับโมเลกุล ซึ่งแตกต่างจากฟิล์มปรอทที่มีส่วนผสมของโลหะทำให้ไม่รบกวนคลื่นสัญญาณดิจิทัล โดยฟิล์มเซรามิคจะมีการสะท้อนแสงต่ำไม่เป็นเงาสะท้อน และมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดและรังสีความร้อนสูงกว่าฟิล์มกรองแสงประเภทอื่น โดยมีอายุการใช้งานยาวนานประมาณ 5-10 ปี

5. ฟิล์มนาโนเซรามิค (Nano Ceramic Film)

ฟิล์มนาโนเซรามิค” ถูกพัฒนาขึ้นจากฟิล์มเซรามิคแบบเดิม โดยใช้เทคโนโลยีการฝังอนุภาคนาโนเซรามิคที่มีขนาดเล็กกว่าในระดับ “นาโน” ผสานไว้ทั่วเนื้อฟิล์มโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ทำให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน รังสี UV และรังสีอินฟราเรด (IR) สูงกว่าฟิล์มทั่วไป ในขณะที่ยังคงความเคลียร์ ชัด ใส ไม่มืดทึบ ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นชัดเจน และไม่รบกวนการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิทัลหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในรถ แต่อาจมีราคาสูงกว่าฟิล์มประเภทอื่น รวมถึงมีความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนานโดยเฉลี่ย 7-10 ปี

บทความแนะนำที่น่าสนใจ : เจาะลึก Nano-X Technology เทคโนโลยีฟิล์มนาโนเซรามิค เอกสิทธิ์จาก Avery Dennison

ตารางเปรียบเทียบประเภทของฟิล์มกรองแสง

 

ประเภทฟิล์ม

ประสิทธิภาพการกันความร้อน

การป้องกันรังสี UV

การสะท้อนแสง

ราคา

อายุการใช้งาน

ฟิล์มย้อมสี (Dyed Film)

กันความร้อนต่ำ

ปานกลาง

ต่ำ

1,500 – 3,000 บาท

3-5 ปี

ฟิล์มโลหะ (Metalized Film)

กันความร้อนปานกลาง

สูง

สูงมาก

3,500 – 6,000 บาท

3-7 ปี

ฟิล์มคาร์บอน (Carbon Film)

กันความร้อนปานกลาง

สูง

ต่ำ

4,500 – 8,000 บาท

5-7 ปี

ฟิล์มเซรามิค  (Ceramic Film)

กันความร้อนสูง

สูงมาก

ต่ำ

6,000 – 15,000 บาท

5-10 ปี

ฟิล์มนาโนเซรามิค (Nano Ceramic Film)

กันความร้อนสูง

สูงมาก

ต่ำ

12,000 – 25,000+ บาท

7-10 ปี

เลือกฟิล์มกรองแสงให้กันร้อนจริงต้องดูค่าอะไร?

การเลือกฟิล์มกรองแสงไม่ควรดูแค่ “ระดับความเข้มของฟิล์ม” เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาถึงค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่บอกประสิทธิภาพจริงของฟิล์ม ได้แก่

  • ค่าการป้องกันรังสียูวี (UV Rejection) หรือความสามารถในการป้องกันรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิวและภายในรถ ยิ่งสูงยิ่งป้องกันรังสี UV ได้ดี
  • ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด IRR (Infrared Rejection) หรือประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นตัวการหลักของความร้อน ยิ่งสูงยิ่งป้องกันรังสี IR ได้ดี
  • ค่าแสงส่องผ่าน VLT (Visible Light Transmission) หรือค่าปริมาณที่ยอมให้แสงสว่างส่องผ่านมากหรือน้อยเพียงใด ยิ่งสูงฟิล์มยิ่งใส (แสงผ่านได้มาก) ยิ่งต่ำฟิล์มยิ่งมืด (แสงผ่านได้น้อย)
  • ค่าแสงสะท้อน VLR (Visible Light Reflectance) หรือค่าที่แสดงถึงการสะท้อนแสงบนพื้นผิวของฟิล์ม ยิ่งสูงฟิล์มยิ่งเงา ยิ่งต่ำฟิล์มยิ่งดำ
  • ค่าลดความร้อนรวม TSER (Total Solar Energy Rejection) หรือค่าประสิทธิภาพในการลดความร้อนรวมของฟิล์มกรองแสง ได้แก่ ค่ารังสีอินฟราเรด (IR) ค่าแสงสว่าง (Visible Light) และค่ารังสียูวี (UV) ยิ่งสูงยิ่งป้องกันความร้อนได้ดี
  • ค่าลดแสงจ้า (Glare Reduction) หรือค่าแสงสะท้อนที่ผ่านเข้ามาภายในห้องโดยสาร ยิ่งสูงแสงผ่านเข้าได้น้อย

 

หรือหากต้องการโฟกัสแค่เรื่องการป้องกันความร้อน แนะนำให้ดู 2 ค่านี้เป็นหลัก ได้แก่ “ค่าลดความร้อนรวม TSER” และ “ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรด IRR” ดังนั้นหากต้องการเลือกฟิล์มกรองแสงที่กันร้อนได้จริง ควรเลือกฟิล์มที่มีค่า TSER และค่า IRR สูง ๆ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการกันความร้อนโดยตรง และตอบโจทย์การใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : รู้ก่อนติดฟิล์มรถยนต์! ดูค่าฟิล์มกรองแสงอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ Avery Dennison Auto Film

“Fusion Hub (ฟิวชั่น ฮับ)” ตัวแทนจำหน่ายฟิล์มกรองแสง Avery Dennison อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในไทย ลาว พม่า และกัมพูชา

โทร : 02-895-8118
LINE : @AveryDennisonFilm หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/@214bwdfm
Email : [email protected]
Facebook : Avery Dennison Auto Film
Instagram : averydennisonautofilm
Website : www.averydennison.com

แชร์บทความ :

บทความอื่นๆ

ติดฟิล์มรถผิด ชีวิตเปลี่ยน! สัญญาณ GPS หลุดง่าย Easy Pass ไม่ผ่านแก้ยังไง?

ติดฟิล์มรถผิด ชีวิตเปลี่ยน! สัญญาณ GPS หลุดง่าย Easy Pass ไม่ผ่านแก้ยังไง?

ในยุคที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไม่เว้นแม้แต่ขณะเดินทางบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการเปิด GPS นำทาง คุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ หรือการแตะบัตรผ่านทางด่วนอย่าง Easy Pass แต่ใครจะคิดว่าแค่การ “ติดฟิล์มรถ”

อ่านเพิ่ม »
เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV คันใหม่ของคุณ

เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV คันใหม่ของคุณ

ปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ “รถ EV” กลายเป็นเทรนด์ยานยนต์ที่กำลังมาแรงทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้หลายคนหันมาเลือกใช้

อ่านเพิ่ม »
ติดฟิล์มซันรูฟทั้งทีทำไมต้อง Avery Dennison? จุดเด่นที่ช่วยให้รถเย็นขึ้นจริง

ติดฟิล์มซันรูฟทั้งทีทำไมต้อง Avery Dennison? จุดเด่นที่ช่วยให้รถเย็นขึ้นจริง

ทำไมการติดฟิล์มหลังคารถยนต์หรือติดฟิล์มซันรูฟถึงสำคัญ? เพราะประเทศไทยมีอากาศร้อนและแสงแดดจ้าเกือบตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีรังสี UV รวมถึงรังสีความร้อน IR จากแสงแดดระดับสูงที่เป็นอันตรายโดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ซึ่งรถยนต์ที่มีหลังคาซันรูฟจึงกลายเป็นจุดรับความร้อนมากที่สุดของรถยนต์ ดังนั้นเมื่อจอดรถกลางแดดเพียงไม่นานอุณหภูมิภายในห้องโดยสารสามารถพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมื่อกลับเข้ารถจะรู้สึกร้อนอบอ้าวทันที

อ่านเพิ่ม »
ติดฟิล์มรถผิด ชีวิตเปลี่ยน! สัญญาณ GPS หลุดง่าย Easy Pass ไม่ผ่านแก้ยังไง?

ติดฟิล์มรถผิด ชีวิตเปลี่ยน! สัญญาณ GPS หลุดง่าย Easy Pass ไม่ผ่านแก้ยังไง?

ในยุคที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไม่เว้นแม้แต่ขณะเดินทางบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการเปิด GPS นำทาง คุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ หรือการแตะบัตรผ่านทางด่วนอย่าง Easy Pass แต่ใครจะคิดว่าแค่การ “ติดฟิล์มรถ” ผิดประเภท ก็อาจทำให้เรื่องเหล่านี้กลายเป็นปัญหากวนใจและกระทบต่อความสะดวกสบายระหว่างเดินทางได้ นั่นเป็นเพราะการเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงที่ไม่เหมาะสมหรือฟิล์มรถยนต์ที่เน้นการสะท้อนความร้อนด้วยไอโลหะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังชั้นดีที่ไม่ได้กันแค่ความร้อน แต่ยังบล็อกคลื่นสัญญาณดิจิทัลทุกรูปแบบ ดังนั้นการเลือกติดฟิล์มในปัจจุบันจึงไม่ได้มองแค่เรื่องระดับความเข้ม หรือแค่การป้องกันความร้อนอีกต่อไป แต่ยังต้องนึกถึงฟิล์มที่ไม่รบกวนการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิทัล สัญญาณโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกด้วยนั่นเอง เปิดสาเหตุที่แท้จริง! ทำไมติดฟิล์มแล้วสัญญาณหาย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมพอติดฟิล์มรถแล้ว อยู่ดี ๆ

อ่านเพิ่ม »
เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV คันใหม่ของคุณ

เจาะลึกวิธีเลือกฟิล์มกรองแสงให้ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า EV คันใหม่ของคุณ

ปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ “รถ EV” กลายเป็นเทรนด์ยานยนต์ที่กำลังมาแรงทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้หลายคนหันมาเลือกใช้ EV Car เป็นทางเลือกในการขับขี่มากขึ้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า รถ EV จะโดดเด่นในเรื่องพลังงานไฟฟ้า แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของรถไม่ควรมองข้ามคือ “การติดฟิล์มกรองแสง” หรือฟิล์มรถยนต์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสบายในการขับขี่และประสิทธิภาพของตัวรถ โดยเฉพาะการช่วยลดความร้อนสะสมภายในห้องโดยสารที่อาจส่งผลต่อการทำงานของแบตเตอรี่ในระยะยาว การเชื่อมต่อของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้าภายในรถ และสัญญาณดิจิทัล

อ่านเพิ่ม »
ติดฟิล์มซันรูฟทั้งทีทำไมต้อง Avery Dennison? จุดเด่นที่ช่วยให้รถเย็นขึ้นจริง

ติดฟิล์มซันรูฟทั้งทีทำไมต้อง Avery Dennison? จุดเด่นที่ช่วยให้รถเย็นขึ้นจริง

ทำไมการติดฟิล์มหลังคารถยนต์หรือติดฟิล์มซันรูฟถึงสำคัญ? เพราะประเทศไทยมีอากาศร้อนและแสงแดดจ้าเกือบตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีรังสี UV รวมถึงรังสีความร้อน IR จากแสงแดดระดับสูงที่เป็นอันตรายโดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ซึ่งรถยนต์ที่มีหลังคาซันรูฟจึงกลายเป็นจุดรับความร้อนมากที่สุดของรถยนต์ ดังนั้นเมื่อจอดรถกลางแดดเพียงไม่นานอุณหภูมิภายในห้องโดยสารสามารถพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เมื่อกลับเข้ารถจะรู้สึกร้อนอบอ้าวทันที และยังส่งผลทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น และใช้เวลานานกว่ารถจะเย็น หรือเกิดความเสียหายต่อวัสดุภายในรถทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น เช่น เบาะหรือคอนโซลภายในรถ ตลอดจนทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกไม่สบายตัวขณะขับขี่ตลอดการเดินทาง การติดฟิล์มซันรูฟ (Sunroof Film) จึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับเจ้าของรถที่ต้องการรักษาความเย็นภายในห้องโดยสาร พร้อมทั้งปกป้องวัสดุภายในรถจากรังสี UV และ IR ที่เป็นสาเหตุของการซีดจางและเสื่อมสภาพในระยะยาว

อ่านเพิ่ม »
Avery Dennison กับเป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability Goals) ปี 2030

Avery Dennison กับเป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability Goals) ปี 2030

“ความยั่งยืน (Sustainability)” สิ่งที่คนทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจ หลายองค์กรต่างเร่งกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกที่กำลังขับเคลื่อนประเด็นนี้อย่างจริงจังนั่นคือ “Avery Dennison (เอเวอรี่ เดนนิสสัน)”  เรามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability Goals) ภายในปี 2030 โดยกำหนดแนวทางให้สอดคล้องและดำเนินไปพร้อมกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ที่หลายองค์กรทั่วโลกนำมาเป็นกรอบในการพัฒนาองค์กรอย่างมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม  อีกทั้งเรายังคำนึงถึงภาคธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ของเราอย่างรอบคอบ เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular

อ่านเพิ่ม »